6 เทคโนโลยีเพิ่มความแข็งแกร่งให้ ธุรกิจอสังหาฯ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เทรนด์ของ ธุรกิจอสังหาฯ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในยุคสมัยปัจจุบันก็คือเทคโนโลยี เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศไทยและทั่วโลก

สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์​ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับวิกฤติเช่นนี้ก็คงต้องพากันปรับตัวและปรับกลยุทธ์ใหม่ เพื่อให้องค์กรยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งก็ไม่ต่างกับธุรกิจอื่น ๆ และหัวใจสำคัญของการปรับตัวก็คงหนีไม่พ้นสิ่งที่เรียกว่า “เทคโนโลยี” เพราะฉะนั้นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรมีการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในอนาคต เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด ซึ่งจะมีเทคโนโลยีอะไรน่าสนใจบ้าง เราลองมาดูกันเลย

ธุรกิจอสังหาฯ

6 เทคโนโลยีเพิ่มความแข็งแกร่งให้ธุรกิจอสังหาฯ

เทคโนโลยี 5G

คือ เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้คนสามารถทำงานผ่านระยะไกลได้อย่างอิสระ ซึ่งสามารถทำงาน ณ ที่ใดก็ได้โดยไม่ต้องนั่งอยู่ในห้องออฟฟิศตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีราคาถูก และสามารถอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างดี มีความผิดพลาด รวมถึงปัญหาที่น้อย แต่ก็ส่งผลกระทบโดยตรงกับอาคารสำนักงานต่าง ๆ

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Inteligence)

หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อชอง AI ก็คือเทคโนโลยีในการจดจำ วิเคราะห์ รวทถึงการประมูลผลข้อมูลในด้านต่าง ๆ ที่มากมายมหาศาล โดยใช้เวลาอันรวดเร็ว และมีความแม่นยำสูง และในอนาคตข้างหน้าอาจจะนำปัญญาประดิษฐ์มาข่วยผู้บริโภคในการหาสินค้าและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ตรงกับความต้องการในราคาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจอสังหาฯ มีโอกาสในการสร้างรายได้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ปัญญาประดิษฐ์ยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงของราคาได้ใกล้เคียงกับราคาตลาดปัจจุบันได้ ซึ่งจะลดจำนวนการปฏิเสธเพราะราคาที่ไม่เหมาะสมลงไปได้มาก

ฐานข้อมูล (Bigdata)

ที่ใคร ๆ ก็มักพูดถึงและยกให้เทคโนโลยีด้านฐานข้อมูล หรือ Bigdata เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ เสมอ เนื่องจากหากเรามีข้อมูลที่มากและเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ ทางองค์กรก็จะสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และวางแผนการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการขอผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้พยากรณ์แนวโน้มของเทรนด์ในอนาคตได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น การใช้ซอฟแวร์ CRM ที่ช่วยในการบริหารงานขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะช่วยเก็บข้อมูล ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการปิดการขายให้มีมากขึ้น

ธุรกิจอสังหาฯ

ภาวะเสมือนจริง (Virtual reality & Augmented Reality)

หรือที่รู้จักกันในชื่อ “VR” และ “AR” คือการใช้เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ระหว่างโลกความเป็นจริง และลูกเสมือนจริงเข้าด้วยกัน อย่างเช่นการถ่ายภาพด้วยกล้อง 360 องศา ในจุดต่าง ๆ ของอาคาร และใช้ software ประมวณผลเพื่อให้เกิดเป็นห้องเสมือนจริงบนคอมพิวเตอร์ และยังสามารถเข้าถึงจุดต่าง ๆ ได้คล้ายกับการเดินในอาคารจริง ๆ ซึ่งเทคโนโลยีนี้ก็ได้มีการเริ่มใช้ในประเทศไทยกันแล้วกับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เพื่อตรวจเช็คหน้างานหาความผิดพลาด ซึ่งช่วยให้หน้างานมีความผิดพลาดน้อยลง และช่วยให้การทำงานสะดวกมากยิ่งขึ้น

การเชื่อมโยงอุปกรณ์ทุกตัวด้วยอินเตอร์เน็ต (Internet of Thing)

เทคโนโลยีชนิดนี้คือการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มาเชื่อมโยงถึงกันด้วยอินเตอร์เน็ต ซึ่งข่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมหรือสั่งการอุปกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบาย อย่างเช่น การสั่งเปิด-ปิดแอร์ ตั้งแต่ก่อนถึงบ้าน การสั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้ทำงานด้วย Google Home ซึ่งจริง ๆ แล้วแนวคิดนี้ก็ได้ถูกนำไปใช้ในวงการอสังหาริมทรัพย์บ้างแล้ว อย่างเช่น การสร้างบ้านหรือคอนโดมิเนียมในรูปแบบของ Smart Home

โดรน (Drone)

คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทยานบินที่ไร้คนขับ โดยถูกควบคุมผ่านระยะไกล อย่างเช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือรีโมท ซึ่งในปัจจุบันก็มีอยู่หลากหลายประเภท อย่างเช่น โดรนขับเคลื่อนภาคพื้นดิน โดรนทาวอากาศ หรือโดรนทางน้ำ ซึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์มักนิยมนำมาติดกับกล้อง เพื่อถ่ายภาพในมุมสูง ซึ่งช่วยให้ได้ภาพในมุมที่สวยงาม และดึงดูผู้บริโภค

สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังคงหาธุรกิจอื่นเข้ามาแข่งขันหรือทดแทนได้ยาก แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นผู้พัฒนา ธุรกิจอสังหาฯ จึงควรมีการศึกษาและนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการส่งเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการขาย การตลาด และการพัฒนาโครงการ เพื่อช่วยในการวางแผน และการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

จบกันไปแล้วสำหรับเทคโนโลยีที่น่าสนใจสำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจจัยของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่านั้น ความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างถ่องแท้จะเป็นตัวกำหนดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมที่สุด ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรเข้าใจในความแตกต่างของกลุ่มลูกค้าในแต่ละประเภท เพื่อนำมาวางแผน และประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจที่อาจะเปลี่ยนแปลงไป

สนใจ โปรแกรม PLOY สามารถขอ Demo ทดลองใช้ฟรีได้แล้ว

>> คลิกที่นี่ <<