Solution อสังหาฯ | The Golden Key ในโลกยุค Digital transformation

Solution อสังหาฯ | The Golden Key ในโลกยุค Digital transformation
ผู้เข้าชมทั้งหมด : 27


Online Solution ธุรกิจอสังหาในโลกยุค Digital transformation ที่กลายเป็นเรื่องจำเป็นในยุคปัจจุบันเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

ธุรกิจอสังหาฯเองจึงต้องมีแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ดียิ่งขึ้น จากคุณภัทรีดา ภัทรธราดล โดยคุณภัทรีดา กล่าวถึง Solution อสังหาฯ ว่าควรจะเป็นอย่างไรในยุคนี้กันแน่?

คุณภัทรีดา ภัทรธราดลที่อยู่ในวงการรับเหมามานานและพลิกผันเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ยาวนานถึง 7 ปี ให้ข้อมูลว่า ยุคดิจิตอลมีผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯในหลายเรื่องเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันลูกค้าเริ่มตัดสินใจให้ทุกอย่างจบลงในโทรศัพท์ซึ่งเรามองว่าสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจนั้นลูกค้าเป็น Key สำคัญ เราจึงต้องสร้าง Branding เพื่อทำให้ลูกค้าเข้าใจใน Brand มากขึ้น จากข้อมูลทั้งหมดในหัวข้อ Online Solution นั้นสามารถสรุปสิ่งสำคัญเพื่อส่งมอบความรู้ให้กับนักพัฒนาอสังหาฯทุกคนได้ดังนี้

___________________________________________________________________


แนวคิดการทำโฆษณาในการทำให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

ก่อนที่จะเริ่มต้นทำโฆษณาเราต้องเข้าใจโครงสร้างของโครงการและการออกแบบทั้งหมดก่อนเพื่อทำให้ทุกโครงการดูไม่ต่างกันมากเกินไป แต่ราคาแตกต่างกันได้ ซึ่ง 2-3 ปีก่อนลูกค้ามองโฆษณาเพื่อดู Content โดยจับใจความว่าต้องเป็นของดีราคาถูก

แต่ตอนนี้เราต้องการสร้าง Branding ให้ลูกค้าสัมผัสได้ว่าลูกค้ามีความเข้าใจและสามารถเลือกสไตล์ที่ใช่เหมาะสมกับลูกค้าได้ โดยที่ไม่เอาเรื่องราคามาเป็นเรื่องหลัก แต่ให้ความสำคัญว่าลูกค้าเลือกบ้านเป็นโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาบอก


ซึ่งสิ่งสำคัญในการทำโฆษณาเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกร่วมไปกับเราได้นั้น เราต้องจับความต้องการของลูกค้าเร็วมาก


คือต้องสร้างโฆษณาที่ต้องจับความต้องการลูกค้าตั้งแต่ 30 วินาทีแรก โดยที่ลูกค้าสามารถทราบราคาโครงการ ช่องทางการลงทะเบียนให้ชัดเจนแค่นั้นเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือลูกค้าให้ความสนใจและดูจนจบมากถึง 70% สิ่งนี้เป็นเครื่องการันตีได้ว่าลูกค้าให้ความสนใจในโครงการและมีการเข้ามาจองในแต่ละโครงการเพิ่มมากขึ้นซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Solution อสังหาฯ ที่แบรนด์ต่างๆควรตระหนักถึงให้มากขึ้น

Solution อสังหาฯ | The Golden Key ในโลกยุค Digital transformation-1


Solution อสังหาฯ | เทคโ
นโลยีมาแรงที่สามารถเข้ามาช่วยให้ธุรกิจอสังหาฯเติบโตขึ้น

ในสมัยก่อนการบริหารโครงการทั้ง 4 โครงการ อาศัยเทคโนโลยีอย่าง Excel มาช่วยเก็บข้อมูลซึ่งต้องรู้ว่างานหลังบ้านมีอะไรบ้าง สิ่งที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นก็คือการจ้างคน อย่างเช่น การอาศัยพนักงานขาย 1 คนต่อ 1 โครงการ ตั้งแต่รับลูกค้าไปจนถึงทำแบบสอบถาม

แต่ในปัจจุบันก็ใช้โปรแกรม ploy เพราะโปรแกรมสามารถเข้ามาช่วยธุรกิจของเราได้จริงๆตั้งแต่ต้นทางไปจนถึง Walk in อย่างน้อยก็ทำให้ทราบต้นทุนจากการที่ลูกค้า Walk in มา 1 ครั้งใช้ต้นทุนไปเท่าไหร่ ทำให้การวางแผนจัดการต้นทุนมันง่ายขึ้น
สะดวกขึ้น

และทำให้เรากำหนดวิธีการโฆษณาอย่างตรงจุดมากขึ้นซึ่งเทคโนโลยี เข้ามาช่วยได้มาก สุดท้ายประสิทธิภาพดีต้องกรอกข้อมูลลงไปด้วยไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมอะไรก็ตาม พอกรอกข้อมูลแล้วลูกค้าจะทำการจองได้ง่ายขึ้น ที่เห็นชัดเจนคือลูกค้าทำการจองจนไปถึงขั้นตอนการโอนใช้เวลาแค่ 3 เดือนเท่านั้นเอง ช่่วยให้ประหยัดเวลามากขึ้น


ช่วยเหลือลูกค้าเกี่ยวกับสินเชื่ออย่างไร

โดยส่วนใหญ่โครงการเราอยู่นอกเมืองและเป็นบ้านหลังแรก เราก็แอบกังวลเรื่องสินเชื่อแต่เราไม่ผูกกับธนาคารไหนเลย เพราะเราผูกกับทุกธนาคาร ปกติก็กรอกข้อมูลลง Excel อยู่แล้วโดยที่ไม่ได้ใช้โปรแกรม Ploy แต่ข้อมูลกระจัดกระจายทำให้การทำงานเกิดความซับซ้อนแต่การใช้โปรแกรม Ploy ทำให้เราสามารถดูเปอร์เซ็นต์ของสินเชื่อของแต่ละธนาคารได้ง่ายขึ้น ซึ่งแต่ละธนาคารก็ชอบลูกค้าไม่เหมือนกันทำให้ เราจึงต้องบริหารจัดการในส่วนนี้ให้ดีด้วย


รับมือการเข้าสู่ยุคดิจิตอลให้มีประสิทธิภาพ

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้เรามีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้ามีต้องการที่จะได้รับการตอบสนองที่รวดเร็วมากขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่นการแจ้งซ่อมในโครงการปัจจุบันมีการพัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูป Kwanjai เข้ามาช่วยให้การรับเรื่องและส่งไปยังโฟร์แมนได้ง่ายขึ้น

โดยที่ลูกค้าก็เกิดความพอใจตามไปด้วยซึ่งสิ่งสำคัญในการทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์นั้นจะต้องไม่สะดุดจึงจะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ และจากงานที่มากขึ้นแล้วเราไม่ต้องการเพิ่มกำลังคน เราก็ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ลดขั้นตอนการทำงานแบบเดิมๆลงเยอะ

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของการก้าวเข้าสู่ Thailand 4.0 ไม่ใช่เรื่องที่กว้างเกินไปสำหรับเรา ให้มองเล็กๆที่ตัวเราก่อน ซึ่งแต่ก่อนสังคมไทยเรามองว่าการทำมากก็ได้มาก ทำน้อยก็ได้น้อย

เราจึงคิดว่าทำอย่างไรที่เราสามารถทำน้อยแต่ได้มากกว่าแทนการทำงานแบบเดิมๆ ซึ่งการที่องค์กรเราจะพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืนได้ เราต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และเข้าใจในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้

ถึงแม้จะไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยคนสำคัญก็คือลูกค้าอยู่ดี แต่สิ่งที่จะทำให้เราไปได้ไกลว่าคู่แข่งคงเป็นการสร้าง Branding อย่างไรให้เกิดความประทับใจกับลูกค้ามากที่สุด