แนวทางการแก้ปัญหา เมื่อยอดขายธุรกิจอสังหาฯ ไม่ปัง !

PLOY by BUILK-โปรแกรม CRM-บริหารทีมขายอสังหาฯ-Real estate management-บริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์-ระบบ CRM อสังหา-ธุรกิจอสังหา-Property management-ระบบ CRM บริหารงานขายอสังหา-ธุรกิจอสังหา

สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันนั้น การซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วยเหตุผลหลัก ๆ อยู่สองอย่างนั้นก็คือผู้บริโภคซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองกับผู้ที่ซื้อเพื่อต้องการขายราคาสูงขึ้นในอนาคต แต่เนื่องด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในสภาวะชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากนักลงทุนรายย่อยมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังในการลงทุนมากยิ่งขึ้น เพราะมีความกังวลว่าเมื่อลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ไปแล้วจะไม่มีกลุ่มลูกค้ามาซื้อส่งผลให้การลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้

จากสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์บางส่วน เลือกที่จะเก็บเงินไว้ก่อนเพื่อสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็นในภายภาคหน้าที่ไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต้องวางแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการการลงทุนของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดการขาดทุน หรืออาจจะมีแผนสำรองเมื่อการขายอสังหาริมทรัพย์เกิดปัญหาหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้

พวกเราคงจะสังเกตเห็นได้ว่าตอนนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้เข้าสู่ยุคอสังหาริมทรัพย์ขายยาก เนื่องด้วยการแข่งขันสูง ประกอบกับภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อการทำธุรกิจสักเท่าไหร่นัก ทำให้การใช้กลยุทธ์การขายในรูปแบบเดิมที่คุ้นเคยเริ่มใช้ไม่ได้ผลแล้ว จึงจำเป็นต้องพลิกแพลงมาใช้จึงจะสามารถขายหรือประครองธุรกิจต่อไปได้

ตัวอย่างแนวทางในการแก้ปัญหาเมื่อยอดขายในธุรกิจอสังหา ฯ ไม่ปัง !

การปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อลดภาระการถือครอง

หากยังไม่สามารถขายอสังหาริมทรัพย์ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ลองหันมาใช้ช่องทางการทำธุรกิจแบบปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ไปพร้อมกับการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากหากนักลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยการกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์กับทางธนาคารย่อมมีภาระด้านดอกเบี้ย รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา และในบางโครงการอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายของส่วนกลางในการบำรุงรักษาโครงการอีกด้วย ทำให้หากระยะยาวยังไม่สามารถขายอสังหาริมทรัพย์ได้ก็ต้องรับภาระทางค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปไม่น้อยเลย หากสามารถนำรายได้จากช่องทางทำธุรกิจในรูปแบบอื่นเพื่อประครองและลดภาระลงไปก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

การลดราคายังคงเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้ซื้อได้มากที่สุด

ถึงอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการลดราคาสินค้าและบริการยังถือเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดผู้บริโภคได้มากที่สุด ไม่เว้นแม้แต่การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการลดราคาถือเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมในการกระตุ้นยอดขายของสินค้าและบริการได้เป็นอย่างดี แต่การลดราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่สามารถขายได้ตามเป้าก็ควรเป็นการลดในเรทที่ยังมีกำไร หมายถึงการลดกำไรลงนั่นเอง หากยังไม่สามารถขายได้ก็อาจจะมีการทยอยลดราคาลงทีละนิดตามสถานการณ์ ซึ่งทำให้มีโอการขายอสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาที่ ดีกว่าการขายขาดทุนไปตั้งแต่เนิ่น ๆ

ขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับนักลงทุนเจ้าอื่น

หากลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แล้วไม่ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย หรือเรียกได้ว่าไม่คุ้มค่าแก่การถือครองอีกต่อไป ก็สามารถแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนมือผู้ถือครองให้กับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจที่มากกว่า (การขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับนักลงทุนเจ้าอื่น) ซึ่งวิธีนี้อาจจะเป็นอีกวิธีที่สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เดิม ทำให้ไม่ต้องนำเงินที่มีไปจมอยู่กับธุรกิจที่เราไม่สามารถบริหารให้เกิดรายได้และกำไรอย่างคุ้มค่าได้ การใช้วิธีนี้ในบางกรณีอาจจะต้องยอมลดกำไรลงไป หรือบางคนอาจจะยอมขาดทุนดีกว่าการที่จะต้องเสียเงินในการดูแลไปเรื่อย ๆ ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายไปอีกนานเท่าไร

การทำธุรกิจประเภททำแบบสัญญาให้เช่าเพื่อซื้อในอนาคต

การใช้กลยุทธ์ทำแบบสัญญาเพื่อเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอนาคต ( Lease Options ) ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เป็นไม้เด็ดในการสร้างความน่าสนใจให้แก่กลุ่มลูกค้าได้ไม่น้อย โดยการทำสัญญาในรูปแบบเช่าซื้อจะเป็นการปล่อยให้ลูกค้าสามารถเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้ในช่วงแรกจนถึงระยะเวลาหนึ่งตามที่ได้ตกลงกันไว้ในแบบสัญญา หลังจากกนั้นผู้เช่าก็ทำการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นทีหลัง และผู้ขายก็ทำการนำเงินค่าประกันมัดจำ และค่าเช่าบ้านมาหักลบตามสัญญา ซึ่งเงินมัดจำและค่าเช่าของการกระทำธุรกิจในลักษณะเช่นนี้ก็เหมือนกับเงินดาวน์สำหรับอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง

ถึงแม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเจอกับอุปสรรคและปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือเจ้าของโครงการก็ไม่ควรนิ่งเฉย และต้องทำการบ้านและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อสร้างความเจ้าใจในความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสในการขายอสังหาริมทรัพย์ และบริหารการดำเนินงานโครงการอสังหาฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จบกันไปแล้วสำหรับตัวอย่างแนวทางการแก้ปัญหาเมื่อยอดขายอสังหาริมทรัพย์ไม่เป็นไปตามเป้า หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังเจอปัญหาหรือผู้ที่คิดจะลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ พี่ ๆ สามารถติดตามเนื้อหาสาระความรู้เกี่ยวกับวงการอสังหาริมทรัพย์ได้ทุกอาทิตย์ที่ www.ploycrm.com จ้า

งานอสังหาฯทุกอย่างต้องเร็วจะโครงการเล็กหรือใหญ่ก็ใช้ PLOY ช่วยจัดการงานขายได้ที่เดียวจบ

นัด DEMO ระบบได้ง่ายๆ ลงทะเบียนเลย!

>> คลิกที่นี่ <<